|
บทนำโดยย่อ เป็นการใส่ไอโอดีน 125 หรือ พัลเลเดียม 103 เข้าไปในตัวของผู้ป่วย การรักษาวิธีนี้ไม่จำเป็นต้องผ่าตัด ทำให้ผู้ป่วยหายเร็วขึ้น และผลข้างเคียงน้อย เช่น ผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก ผู้ป่วยสามารถมาฝั่งแร่เสร็จแล้ว สามารถกลับบ้านได้เลยโดยไม่ต้องนอนโรงพยาบาล ใช้เวลาเพียง 45 นาที ถึง 1 ชั่งโมง และผู้ป่วยสามารถกลับไปใช้ชีวิตตามปกติหลังจากทำการรักษาภายในระยะเวลา 2-3 วัน การฝังไอโอดีน 125 ปล่อยรังสีออกมาน้อยกว่าและอยู่ได้นานกว่าการใช้ พัลลาเดียม 103 ดังนั้นไอโอดีน 125 จึงถูกเลือกใช้ในมะเร็งที่มีการเจริญเติบโตช้ากว่า เช่น มะเร็งต่อมลูกหมาก ไอโอดีน 125 มีค่าครึ่งชีวิต 59 วัน ปล่อยรังสีแกรมมาออกมาเป็นเวลาสั้น โดยฝังแร่เข้าไปในก้อนมะเร็งและเนื้อเยื่อที่อยู่ข้างเคียงที่จำเป็นต้องฉายแสงเพื่อที่จะทำลายมะเร็งได้อย่างครอบคลุม วิธีนี้ทำให้อวัยวะส่วนอื่นได้รับรังสีโดยไม่จำเป็น การคำนวณปริมาณรังสีที่จะให้ ประเมินจากการทำ CT, MRI และการเอกซเรย์สามมิติ ก่อนทำการรักษากับผู้ป่วยแต่ละคน ซึ่งการใส่แทงรังสีจะผ่านทางผิวหนัง โดยผ่านอัลตราซาว หรือ CT เป็นตัวกำหนดตำแหน่ง
การฝังแท่งรังสีทำได้อย่างไร การใช้อัลตราซาวกำหนดตำแหน่งและขนาดของก้อนมะเร็ง หลังจากนั้นคำนวณปริมาณของแท่งรังสีที่จะใส่ ส่วนใหญ่ประมาณ 20-100 แท่ง จากนั้นก็ฉีดยาชาและใส่แท่งรังสีเข้าไปบริเวณก้อนมะเร็ง โดยอัลตราซาวดูตำแหน่งที่ถูกต้องตลอดขณะฝังแท่งรังสี
ผลข้างเคียง มีเพียงไม่ค่อยสบายตัวในช่วยที่ผู้ป่วยฝังแร่รังสี แต่อาการก็จะหายไปในช่วง 2-3 วัน ในผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก อาจทำให้มีปัสสาวะลำบาก หรือปัสสาวะบ่อยได้ อาการเหล่านี้จะเกิดขึ้น 1-2 สัปดาห์หลังจากการฝังแร่ และอาการจะลดลงเรื่อย ๆ ตามความเข้มข้นของรังสีที่ปล่อยออกมาจากแร่ การดื่มน้ำมาก ๆ กับการงดคาเฟอินและแอลกอฮอล์จะช่วยลดอาการได้ ส่วนน้อยของผู้ป่วยที่เคยทำการผ่าตัดต่อมลูกหมากอาจมีปัญหาเรื่องการกลั้นปัสสาวะไม่ได้ การเสื่อมสมรรถภาพทางเพศอาจได้บ้างในผู้ชายที่มีอายุมากกว่า 70 ปี อย่างไรก็ตามอัตราการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศและการกลั้นปัสสาวะไม่ได้จะน้อยในคนที่ใช้ไอโอดีน 125
สิ่งที่ควรระวังหลังจากฝังแร่ ถึงแม้ว่าแร่จะสามารถปล่อยรังสีออกมาได้ แต่ในคนที่ทำการฝังแร่นั้นจะการปล่อยรังสีออกมาในปริมาณน้อย เนื่องจากแร่ถูกฝังเข้าไปในก้อนมะเร็ง จึงสามารถใช้ชีวิตร่วมกับคนอื่นได้อย่างปกติ แต่เพื่อความปลอดภัยแพทย์แนะนำให้หลักเลี่ยงการอยู่ใกล้เด็กเล็ก และหญิงตั้งครรภ์ในช่วง 2 เดือนแรก หลังจากได้รับการรักษา
ข้อดี 1. แร่จะทำลายเฉพาะที่ ดังนั้นจึงไม่เป็นอันตรายต่ออวัยวะส่วนอื่น 2. รังสีไม่ถูกดูดซึมผ่านร่างกายและไปถูกขับออกนอกร่างกาย ดังนั้นจึงไม่เป็นอันตรายต่อคนรอบข้าง และสิ่งแวดล้อม 3. ไม่มีผลข้างเคียงที่เกี่ยวพันกับการใช้ร่วมกับการรักษาด้วยเคมีบำบัดและการฉายแสง 4. การฝังแร่ทำให้ผู้ป่วยได้รับการบาดเจ็บที่น้อยที่สุด
ข้อบ่งชี้ 1. สามารถรักษากับผู้ป่วยมะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งเยื่อบุ เนื้องอกสมอง มะเร็งเต้านม มะเร็งตับอ่อน มะเร็งตับ มะเร็งลิ้น มะเร็งปาก มะเร็งช่องคอ มะเร็งโพรงจมูก มะเร็งรังไข่ มะเร็งไทรอยด์ และมะเร็งต่อมน้ำเหลือง 2. ใช้ในการรักษามะเร็งส่วนที่ตัดออกไม่หมด และใช้ในการกลับมาเป็นซ้ำ 3. การใช้การฝังแร่ร่วมกับการผ่าตัดด้วยความเย็นให้ผลดี
ภาพแสดงการทำ Brachytherapy
รูปที่ 1 แสดงการฝังแร่รังสีเข้าไปในต่อมลูกหมาก

รูปที่ 2 แสดงวิธีการจัดท่าของผู้ป่วยในการฝังแร่รังสีเข้าไปในต่อมลูกหมาก

รูปที่ 3 แสดงการใช้อัลตราซาวในการบอกตำแหน่งว่าจะฝังแร่รังสีไว้บริเวณใด ซึ่งสวนเครื่องอัลตราซาวผ่านทางทวารหนัก ในการรักษามะเร็งต่อมลูกหมาก
รูปที่ 4 แสดงการทำอัลตราซาวทางทวารหนัก
รูปที่ 5 แสดงการฝังแร่รังสีเข้าสู่ต่อมลูกหมากโดยใช้อัลตราซาวร่วมอยู่ด้วย
รูปที่ 6 แสดงซอฟแวร์ที่แสดงให้เห็นว่าฝังแร่รังสีถูกจุดหรือไม่
รูปที่ 8 แสดงเข็มที่แทงเข้าไปในต่อมลูกหมากเพื่อนำแท่งแร่เข้าไป
รูปที่ 9 แสดงแท่งแร่ที่เป็นสีขาว ฝังอยู่ในต่อมลูกหมาก
|