|
บทนำโดยย่อ การรักษาโดยวิธี Photodynamic เป็นวิธีการพิเศษสำหรับรักษามะเร็ง ซึ่งเป็นการใช้ยาที่เรียกว่า “photosensitizer หรือ photosensitizing” ร่วมกับแสงประเภทที่จำเพาะต่อการฆ่าเซลล์มะเร็ง
ข้อดี 1. มีความจำเพาะต่อเซลล์มะเร็งสูง 2. มีประสิทธิภาพในการรักษาเซลล์มะเร็งหลายชนิด 3. อัตราการหายสูงถึง 90% ในผู้ป่วยมะเร็งระยะเริ่มต้นบางชนิด เช่น มะเร็งหลอดอาหารและมะเร็งปอด และวิธีการนี้สามารถรักษามะเร็งระยะลุกลาม ให้ดีขึ้นได้ถึง 70% 4. ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย ไม่มีผลไปกดระบบภูมคุ้มกันของร่างกาย หรือไม่กดการทำงานของไขกระดูก 5. ไม่ทำให้การรักษามะเร็งโดยวิธีอื่นให้ผลลดลง 6. ใช้เวลาในการรักษาสั้น ซึ่งจะออกฤทธิ์ประมาณ 48 – 72 ชั่วโมง

การรักษาทางคลินิก มะเร็งช่องปากและโพรงจมูก ประสิทธิภาพในการรักษามะเร็งช่องปาก จมูก และโพรงจมูกในระยะเริ่มต้น อยู่ระหว่าง 75% - 100%
มะเร็งหลอดอาหาร 1. การรักษาด้วยวิธี Photodynamic (PDT) ถูกนำมาใช้รักษาโรคมะเร็งหลอดอาหารในระยะเริ่มต้นกันอย่างแพร่หลาย 2. การรักษาด้วยวิธี PDT สามารถรักษามะเร็งหลอดอาหารชนิดลุกลามที่ทำให้เกิดการอุดตันได้เป็นอย่างดี 3. การรักษาด้วยวิธี PDT เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพมากสำหรับมะเร็งหลอดอาหารที่ระดับลำคอ 4. การรักษาด้วยวิธี PDT สามารถรักษามะเร็งที่ลุกลามแพร่กระจายผ่านชั้นเยื่อบุลงไปได้ 5. สำหรับมะเร็งที่มีการเจริญรุกรามเข้าสู่ช่องปากและทำให้เกิดกลิ่นเหม็นนั้น ด้วยวิธี PDT นี้สามารถกำจัดก้อนเนื้อร้ายที่เกิดขึ้นได้อย่างสิ้นเชิง
โรค Barrett esophagus เป็นโรคที่เกิดจากการอักเสบของหลอดอาหารบ่อย ทำให้มีการแบ่งตัวที่ผิดปกติของเซลล์ Globlet ซึ่งสามารถทำให้เกิดหลอดอาหารเป็นแผล มีเลือดออก มีการตีบของหลอดอาหาร หรือทำให้เกิดเป็นมะเร็งได้ การรักษาโดยวิธี Photodynamic ไม่เพียงแต่จะมีประสิทธิภาพในการกำจัด Barrett epithelium ได้อย่างสิ้นเชิงแล้วยังให้ผลดีในรักษา adenocarcinomaระยะเริ่มต้น อีกด้วย
มะเร็งปอด 1. มะเร็งปอดที่มีการอุดตันของหลอดลม การรักษาด้วยวิธี PDT จะไปลดการอุดตันของหลอดลม 2. ผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งหลอดลมระยะเริ่มต้น วิธีนี้ทำให้มีโอกาสหายได้ 90% ส่วนมะเร็งหลอดลมที่แพร่กระจายและมีการอุดตันไปแล้วหายได้ถึง 85%
มะเร็งกระเพาอาหาร 1. การรักษาด้วยวิธี PDT สามารถรักษามะเร็งกระเพาะอาหารระยะเริ่มต้นให้หายได้ถึง 80% 2. การรักษาด้วยวิธี PDT สามารถรักษาอาการของผู้ป่วยมะเร็งกระเพาอาหารระยะลุกลามให้ดีขึ้นได้
มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ วิธีนี้สามารถรักษามะเร็งกระเพาะปัสสาวะในระยะที่ยังไม่ลุกลามได้ ส่วนในมะเร็งในระยะที่มีการลุกลามแล้ววิธีการนี้สามารถรักษาให้อาการดีขึ้นได้ 71%
มะเร็งชนิดอื่นที่วิธีการนี้ให้ผลดี มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งท่อน้ำดี มะเร็งในช่องท้อง มะเร็งตับ เนื้องอกสมอง มะเร็งทางระบบปัสสาวะ มะเร็งผิวหนัง เป็นต้น
การอธิบายรายละเอียด มีการแนะนำโดยผู้เชี่ยวชาญว่า วิธีการนี้เป็นวิธีการที่ทำให้ผู้ป่วยมีการบาดเจ็บน้อยที่สุด ซึ่งเริ่มมีการนำมาใช้ตั้งแต่ศตวรรษที่ 21 เป็นการเปิดหน้าประวัติศาสตร์ใหม่ในการรักษามะเร็งในอนาคต ซึ่งเปรียบเหมือนกับการคิดค้นพบยาเพนนิซิลลินในปี ค.ศ. 1930 ซึ่งช่วยลดการจำนวนของผู้เสียชีวิตจากการเป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อ เช่น โรคปอดติดเชื้อได้อย่างมหัศจรรย์
หลักการ การรักษาด้วยวิธี PDT เป็นปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นระหว่างแสงที่ไม่ให้ความร้อนกับสารเคมี โดยปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นนั้นต้องการออกซิเจน สารตั้งต้นที่ไวต่อแสง (photo-sensitizer) และแสงเลเซอร์กระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยา Photo-sensitizer จะถูกก้อนเนื้องอกดูดสับเอาไว้ และสะสมไว้ในเซลล์เป็นเวลานาน เมื่อ Photo-sensitizer ถูกกระตุ้นด้วยแสงที่มีความยาวคลื่นที่เหมาะสม ก็จะทำปฏิกิริยากับออกซิเจนและสารเคมีตั้งต้นที่ไวต่อแสงซึ่งเป็นพิษต่อเซลล์ ทำให้เกิดกระบวนการตายของเซลล์มะเร็งทั้งแบบ apoptosis และ necrosis วิธีการนี้สามารถมีผลต่อเส้นเลือดที่อยู่เฉพาะของมะเร็งนั้น และสามารถทำให้มะเร็งนั้นขาดเลือด และเน่าตาย นอกจากนี้ยังกระตุ้นภูมิคุ้มกันเพื่อมาทำลายมะเร็งนั้นด้วย เมื่อถูกกระตุ้นด้วยแสดงเลเซอร์จากนั้นจะทำปฏิกิริยากับออกซิเจน ส่งผลให้เกิดอนุมูลอิสระของออกซิเจน และสารเคมีตั้งต้นที่เป็นพิษ
|

|

|
ขั้นตอน 1. สาร Photosensitizer เช่น Photofrin และ Porfimer sodium ปริมาณ 2 mg/g จะถูกนำเข้าสู่ร่างกายก่อนที่จะมีการกระตุ้นด้วนแสงเป็นเวลา 48 ชั่วโมง
2. การใช้แสงกระตุ้น หลังจาก 48 ชั่วโมงที่ฉีดสาร photosensitizer เข้าสู่ร่างกาย จากนั้นทำการกระตุ้นด้วยแสงสีแดงที่ความยาวคลื่น 630 นาโนเมตร โดยผ่าน optic cable ซึ่งเป็นไฟเบอร์เล็ก ๆ เพื่อนำแสงเข้าไปในร่างกาย แสงที่ใช้ในการรักษาด้วยวิธี PDT สามารถใช้ได้ทั้งแสงเลเซอร์หรือแสงจะแหล่งอื่น ปริมาณแสงทั้งหมดที่ส่งเข้าสู่ร่างกายอยู่ในช่วงระหว่าง 20 ถึง 30 J/cm2 การให้แสงนี้จะทำซ้ำหลังจากที่ส่งสาร photosensitizer เข้าไปเป็นเวลา 72 ชั่วโมง
3. การให้ลำแสงเลเซอร์เข้าไปอาจส่งผ่านทางการส่องกล้อง เช่น ส่องกล้องเข้าไปทางกระเพา และลำไส้ ในผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งหลอดอาหารหรือมะเร็งกระเพาะอาหาร หรือการส่องกล้องเข้าไปในหลอดลมในผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งปอด หรือทำในผู้ป่วยระหว่างการผ่าตัด 4. การรักษาด้วยวิธี PDT สามารถทำซ้ำได้ หรือสามารถใช้ควบคู่กับการรักษาด้วยวิธีอื่นได้ เช่น การผ่าตัด การฉายรังสี หรือการรักษาด้วยเคมีบำบัด
ข้อบ่งชี้ ข้อบ่งชี้ในการใช้ที่มีการยอมรับอย่างเป็นทางการ ดังนี้ อเมริกา ยอมรับให้ใช้ดังนี้ 1. มะเร็งหลอดอาหารที่อุดตันโดยสิ้นเชิง หรือบางส่วน 2. เพื่อรักษามะเร็งหลอดอาหารในระยะเริ่มต้น 3. ใช้รักษามะเร็งปอดในระยะที่มีการแพร่กระจายเล็กน้อยและไม่สามารถผ่าตัด หรือฉายแสงได้ หรือมะเร็งปอดที่มีการอุดกั้นทางเดินหายใจ
ยุโรป ยอมรับให้ใช้ดังนี้ 1. มะเร็งหลอดอาหารและมะเร็งปอด 2. มะเร็งปอดระยะเริ่มต้น
ญี่ปุ่น ยอมรับให้ใช้ ดังนี้ 1. ใช้รักษามะเร็งปอดระยะเริ่มต้น 2. มะเร็งหลอดอาหารและมะเร็งกระเพาะอาหารระยะเริ่มต้น 3. มะเร็งในลำคอในระยะเริ่มต้น
แคนนาดา ยอมรับให้ใช้ ดังนี้ 1. มะเร็งหลอดอาหารที่มีการอุดกั้น ซึ่งไม่สามารถใช้แสงเลเซอร์ (Yag) จี้ได้ 2. มะเร็งปอดระยะเริ่มต้น
จากการวิจัยพบว่า วิธีการ PDT ให้ผลดีเยี่ยมในกลุ่มมะเร็งหลอดอาหารชนิด Barrett esophagus ที่มีการแบ่งเซลล์แบบรวดเร็ว และในกลุ่มมะเร็งหลอดอาหาร และจากการรายงานในชั้นคลินิกพบว่า วิธีการนี้มีประโยชน์ในมะเร็งช่องปาก มะเร็งของลำคอ เนื้องอกในสมอง มะเร็งในช่องปอดและช่องท้อง เนื้องอกของกล้ามเนื้อ เนื้องอกของลูกตา เนื้องอกผนังช่องออก มะเร็งปอด มะเร็งทางสูตินารีเวท มะเร็งทวารหนัก มะเร็งผิวหนัง ในระยะเริ่มต้น
ความคาดหวังในการนำไปประยุกต์ใช้ วิธีการรักษานี้ได้มีความคาดหวังในการนำมารักษาเกี่ยวกับไขกระดูก โรคข้ออักเสบเรื้อรัง โรคกระดูกเสื่อม ป้องกันโรคเส้นเลือดตีบหลังจากการตกแต่งเส้นเลือด ป้องกันการติดเชื้อ
ข้อดี 1. มีความจำเพาะต่อเซลล์มะเร็งนั้นๆ 2. มีโทษน้อย ปลอดภัย ไม่กดภูมิต้านทานและไขกระดูก 3. ไม่ทำให้การรักษาด้วยวิธีอื่นมีประสิทธิภาพแย่ลง เช่น การผ่าตัด การฉายแสง การให้เคมีบำบัด 4. ใช้ระยะเวลาในการรักษาสั้น 5. ออกฤทธิ์ในระยะเวลา 48 – 72 ชั่วโมง
การนำไปประยุกต์ใช้ มะเร็งในช่องปากและช่องลำคอ วิธีการนี้มีประสิทธิภาพในการรักษาสูงถึง 75 – 100%
มะเร็งหลอดอาหาร วิธีนี้มีผลดีในการรักษามะเร็งหลอดอาหารระยะเริ่มต้น ผู้ป่วยสามารถมีชีวิตอยู่ได้เกิน 5 ปี 74-84% ในระยะ T1 และ T2 ในมะเร็งหลอดอาหารชนิด squamous cell carcinoma และ adenocarcinoma และมีผลอย่างดีในผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งหลอดอาหารชนิดอุดตัน และมีผลดีในผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งหลอดอาหารในบริเวณช่วงลำคอ สามารถรักษามะเร็งที่ลุกลามแพร่กระจายผ่านชั้นเยื่อบุหลอดอาหารลงไปได้ สามารถรักษามะเร็งในช่องปากได้ดี
Barrett esophagus คือ การผิดปกติของเซลล์เยื่อบุหลอดอาหาร ซึ่งจากปกติเซลล์เยื่อบุจะเป็นชนิด squamous epithelium แต่จะผิดปกติกลายเป็นเซลล์ columnar epithelium ซึ่งการเกิด Barrett esophagus จะเพิ่มโอกาสการเป็นมะเร็งหลอดอาหารชนิด adenocarcinoma ซึ่งการรักษาด้วยวิธี PDT นี้ นอกจากจะสามารถกำจัด Barrett esophagus แล้วยังสามารถกำจัดหลอดอาหารชนิด adenocarcinoma ในระยะเริ่มต้น ได้อีกด้วย
มะเร็งปอด 1. ในมะเร็งปอดที่มีการอุดตันของหลอดลม วิธีการ PDT จะไปลดการอุดตันของหลอดลม 2. ผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งหลอดลมระยะเริ่มต้น วิธีนี้ทำให้มีโอกาสหายได้ 90% ส่วนมะเร็งหลอดลมที่แพร่กระจายและมีการอุดตันไปแล้วหายได้ถึง 85%
มะเร็งกระเพาะอาหาร 1. วิธีนี้สามารถรักษามะเร็งกระเพาะอาหารระยะเริ่มต้นให้หายได้ถึง 80% 2. การรักษาด้วยวิธี PDT สามารถรักษาอาการของผู้ป่วยมะเร็งกระเพาอาหารระยะลุกลามให้ดีขึ้นได้
มะเร็งลำไส้และทวารหนัก 1. การรักษาด้วยวิธี PDT มีข้อบ่งใช้ในมะเร็งลำไส้และมะเร็งทวารหนักได้ 2. PDT สามารถลดอาการ เช่น ลดอาการปวดบิดถ่ายกระปิดกระปอย ลดอาการปวด ลดอาการเลือดออกได้ในผู้ป่วยที่ไม่สามารถตัดก้อนมะเร็งออกได้ถึง 55%
มะเร็งท่อน้ำดี PDT สามารถจำกัดการอุดกั้นของท่อน้ำดีที่ตำแหน่งขั้นของท่อน้ำดีตับ แต่วิธีการรักษาค่อนข้างยาก
มะเร็งตับอ่อนและมะเร็งรอบท่อน้ำดี PDT สามารถทำโดยการใส่สายสวนเข้าไปตอนที่ส่องกล้องท่อทางปาก หรืออาจแทงผ่านทางผิวหนังเข้าไป ซึ่งจะสามารถจำกัดการเติบโตของมะเร็งได้
มะเร็งในช่องท้อง มีรายงานว่า PDT ให้ผลดีในการรักษาตามหลักการผ่าตัดของมะเร็งทวารหนักในช่องเชิงกราน มะเร็งลำไส้ใหญ่ และมะเร็งของกล้ามเนื้อ
มะเร็งหลอดลม ผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งหลอดลมระยะที่ 1 สามารถมีชีวิตอยู่ได้ 5 ปี หลังจากรักษาด้วยวิธี PDT ถึง 93% และในคนที่เป็นมะเร็งหลอดลมระยะแพร่กระจาย PDT สามารถทำให้ก้อนมะเร็งเล็กลง 95%
เลือดออกในหลอดลม การรักษาด้วยวิธี PDT สามารถทำให้เลือดหยุดไหลได้
|

ผู้ป่วยชายอายุ 70 ปี เมื่อส่องกล้องเข้าไปในหลอดลม พบว่ามีก้อนอุดตันที่หลอดลม
|
|

รูปต่อมา หลังจากทำ PDT แล้วพบว่าก้อนมะเร็งหายไป
|
มะเร็งในช่องปากและช่องท้อง 1. การรักษาด้วยวิธี PDT สามารถจำกัดขนาดของมะเร็งได้ในกรณีผู้ป่วยที่ไม่สามารถผ่าตัดเอามะเร็งออกได้หมด 2. ผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งสามารถอยู่ได้เกิน 2 ปี 23 % โดยค่าเฉลี่ยของการมีชีวิตอยู่ประมาณ 61 เดือน ในผู้ป่วยระยะที่ 1 และระยะที่ 2 ของโรค
เนื้องอกสมอง PDT ให้ผลดีในกลุ่มผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งชนิด Glioma เพราะว่ามะเร็งชนิดนี้สามารถจุ Photosensitizer ได้มาก
เนื้องอกในระบบปัสสาวะ มะเร็งกระเพาปัสสาวะชนิดไม่แพร่กระจายสามารักษาได้ด้วยวิธี PDT และนอกจากนี้ PDT ยังสามารถรักษามะเร็งในระยะแพร่กระจายให้ดีขึ้นถึง 71%
มะเร็งผิวหนัง การรักษาด้วยวิธี PDT สามารถรักษามะเร็งผิวหนังได้หลายชนิด รวมทั้งมะเร็งที่กระจายมาที่ผิวหนังด้วย
มะเร็งทางสูตินารีเวช การรักษาด้วยวิธี PDT ให้ผลดีในมะเร็งที่เกิดขึ้นบริเวณแคมใหญ่ มะเร็งปากช่องคลอดระยะไม่แพร่กระจาย และมะเร็งแคมใหญ่ระยะแพร่กระจาย
ข้อจำกัดของการรักษาด้วยวิธี PDT แสงที่ใช้ในการกระตุ้น photosensitizer ไม่สามารถผ่านความหนาได้เกิน 1 ซม. ของเนื้อเยื่อ ด้วยเหตุผลนี้ PDT จึงนิยมใช้รักษามะเร็งที่อยู่ใต้ผิวหนังหรือในอวัยวะที่กล้องสามารถส่องเข้าไปถึง และPDT ยังให้ผลการรักษาไม่ดีในก้อนมะเร็งที่มีขนาดใหญ่ เนื่องจากแสงส่องผ่านไม่ถึง นอกจากนี้ PDT ยังไม่สามารถรักษามะเร็งที่แพร่กระจายไปหลายอวัยวะแล้ว
ผลข้างเคียง โพลิเมอร์ของโซเดียมที่ถูกฉีดเข้าสู่ร่างกายผู้ป่วยจะทำให้ผิวหนังและดวงตามีความไวในการตอบสนองต่อแสง ประมาณ 4 สัปดาห์ หลังจากการรักษา ดังนั้นผู้ป่วยจะถูกแนะนำให้หลีกเลี่ยงการรับแสงกลางแจ้งโดยตรง หรือแสงในร่มที่สว่างอย่างน้อย 4 สัปดาห์ หลังการรักษาด้วย PDT นอกจากนี้ photosensitizer จะก่อตัวตกค้างในเซลล์มะเร็ง เมื่อผู้ป่วยได้รับแสงทั่วๆ ไป ซึ่งอาจมีแสงบางชนิดที่สามารถกระตุ้น photosensitizer ได้ ทำให้อาจเกิดผิวหนังไหม้ บวม ปวด หรือกลายเป็นแผลเป็นได้ ผลข้างเคียงอื่น ๆ เช่น ไอ ปวดท้อง หายใจติดขัด ซึ่งผลข้างเคียงดังกล่าวอาจจะเกิดขึ้นหรือไม่ก็ได้

|