|

5 พฤษภาคม พ.ศ. 2552
จดหมายตอบเรื่อง : ใช้เวลาไป 2 ปีจึงได้มาพบกับโรงพยาบาลฟูด้า
ถึงคุณหมอ Xu Kecheng ประธานโรงพยาบาลฟูด้า
เมื่อ 2 ปีที่แล้ว คุณหมอประจำตัวของผมตรวจพบมะเร็งในลำไส้ใหญ่ของผม และแนะนำว่าผมควรเข้ารับการผ่าตัดทันที ในตอนนั้นไม่มีเวลาให้คิด วางแผน หรือค้นคว้าหาทางเลือกอื่นๆมากนัก ผมจึงเข้ารับการผ่าตัดครั้งแรกในเดือนมีนาคม พ.ศ.2551 ตามด้วยการทำคีโม 8 ครั้ง และฉายรังสีอีก 28 ครั้ง ผมมีความสุขที่คุณหมอได้บอกกับผมว่าผมน่าจะหายและได้ใช้ชีวิตตามปกติ การจะกลับมากำเริบอีกครั้งอาจจะกินเวลาประมาณ 5 – 8 ปี แล้วค่อยมาว่ากันอีกทีในตอนนั้น ไม่มีปัญหาใดๆ หลังการผ่าตัดผมก็ได้เข้าไปตรวจเช็คอาการทุกๆสองถึงสามสัปดาห์ แต่ก็ไม่มีวี่แววที่มะเร็งจะกลับมา ถึงแม้ว่าค่า CEA บ่งชี้เนื้องอกจะเกินค่าเฉลี่ยไปหน่อย
ในเดือนพฤษภาคมปี 2551 ผมรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ เพราะมีเลือดออกทุกครั้งที่ผมเกิดอาการท้องผูก ผมจึงไปปรึกษาแพทย์ ซึ่งท่านก็ได้ตัดชิ้นเนื้อไปตรวจสอบ แต่ผลที่ได้ก็ไม่มีความผิดปกติแต่อย่างใด ในเดือนสิงหาคมปีเดียวกันนั้นเอง ผมก็กลับไปพบคุณหมอด้วยอาการเดิมอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ค่อนข้างมั่นใจว่าต้องมีอะไรผิดปกติอย่างแน่นอน เพราะมันเจ็บมากขึ้น ครั้งนี้คุณหมอได้จริงจังกับอาการของผมมากขึ้น
คุณหมอได้ตัดชิ้นเนื้อ 2 - 3 ชิ้นขนาดใหญ่กว่าเดิมเพื่อไปตรวจสอบ และก็ได้พบการกลับมาของมะเร็ง ผลจาก CT สแกนได้บ่งบอกว่าเซลล์มะเร็งลำไส้ได้ลุกลามไปยังตับแล้ว ผมจึงไปปรึกษาคุณหมอที่ดีที่สุดในประเทศไทยและท่านก็ได้แนะนำให้ผมเข้ารับการผ่าตัดและตามด้วยคีโมอีกครั้ง ผมรู้สึกไม่เต็มใจนักในครั้งนี้ ผมจึงเริ่มค้นหาทางเลือกอื่นๆเพื่อที่จะหลีกเลี่ยงการเข้ารับการผ่าตัดครั้งที่สอง ผมได้ลองค้นหาทางเลือกจากทั่วมุมโลก อเมริกา ญี่ปุ่น เยอรมัน และอิตาลี แต่ก็ยังไม่พบทางเลือกที่น่าพอใจ แค่สองทางเลือกที่ผมมีคือโรงพยาบาล Johns Hopkins และ Memorial Sloan Kettering
ผมไม่มีเวลามากนักในการตัดสินใจ ผมจึงเลือกที่จะเข้ารับการผ่าตัดครั้งที่สองเพื่อเป็นการซื้อเวลาไปก่อน
ในเวลาต่อมาเพื่อนของครอบครัวได้พบกับน้องสาวของผมโดยบังเอิญ เมื่อได้ทราบถึงอาการป่วยของผม เธอจึงเล่าถึงเรื่องราวของเพื่อนคนไทยคนหนึ่งของเธอทันที เขาชื่อคุณไชยา เธอได้แนะนำให้เขาไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลฟูด้าเมื่อปีที่แล้ว และผลการรักษาออกมาเป็นอย่างดี ภรรยาของผมจึงติดต่อไปยังคุณไชยา คุณไชยาได้กรุณามอบหนังสือแนะนำโรงพยาบาลฟูด้าให้กับผมและแนะนำว่าผมควรมารักษาตัวที่โรงพยาบาลฟูด้าอย่างเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ จากกรณีของคุณไชยาและข้อมูลที่ได้จากหนังสือแนะนำโรงพยาบาล เราจึงตัดสินใจเขียนอีเมลหาคุณหมอ Xu และคุณหมอ Mu และพวกเราแปลกใจมากที่ได้รับอีเมลตอบกลับจากคุณหมอทั้งสองท่านในทันที ซึ่งนั่นหมายถึงความใส่ใจที่ได้รับจากคุณหมอทั้งสองท่าน ด้วยเหตุนี้เองเราจึงตัดสินใจว่าฟูด้านี่แหละคือคำตอบของเรา เป็นครั้งแรกที่ผมรู้สึกดีอย่างประหลาดด้วยความหวังที่ว่าโรคมะเร็งของผมสามารถรักษาได้ แทนที่จะรอและโต้ตอบทางอีเมล เราตัดสินใจที่จะบินไปใช้เวลาอยู่ที่ฟูด้าซัก 4-5 วัน เพื่อตรวจทางกายภาพโดยละเอียดและเพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับฟูด้าให้มากขึ้น
พวกเรารู้สึกดีและประทับใจมากเมื่อได้พบกับคุณหมอ Mu คุณหมอ Niu คุณหมอ Li และคุณหมอท่านอื่นๆในทีม ผมรู้สึกชื่นชมในความกล้าหาญ ตรงไปตรงมาและจริงใจของคุณหมอ Mu ที่กรุณาแจ้งให้ทราบว่ากรณีของผมมีโอกาสประสบความสำเร็จ 80 เปอร์เซ็นต์ คุณหมอในประเทศไทยให้ผม 35 เปอร์เซ็นต์ ในขณะนั้นลึกๆในใจของผมไม่ว่าจะ 35 หรือ 80 เปอร์เซ็นต์ ก็ไม่มีผลอะไรกับผมอีกแล้ว ผมตัดสินใจฝากโอกาสครั้งสุดท้ายของชีวิตไว้กับการรักษาของฟูด้า ในตอนนี้สิ่งที่ผมต้องการมากที่สุดจริงๆคือความใส่ใจของคุณหมอที่มากที่สุด ยาที่ดีที่สุด การรักษาที่ดีที่สุดเท่าที่ฟูด้าจะให้ได้
ในกรณีของผม ผมคิดว่าโรงพยาบาลฟูด้าเป็นของขวัญจากพระเจ้า ที่ส่งมาโดยผู้ส่งสาร์สของพระเจ้า หลังจากนี้ตลอดชีวิตของผม ผมจะต้องเดินทางมาที่ฟูด้าปีละครั้งเพื่อเข้าคอร์สดูแลสุขภาพ นอกจากนี้ผมยังคงหวังว่าจากนี้ไป เมื่อฟูด้าได้เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายในประเทศไทย ผู้ป่วยโรคมะเร็งในประเทศไทยคงไม่ต้องรอถึง 2 ปีกว่าจะได้เข้ารับการรักษาเหมือนกับผม
ความประทับใจหลังจากที่พวกเราได้มาอยู่ที่โรงพยาบาลฟูด้าเป็นเวลาหนึ่งเดือนคือ ฟูด้าเป็นโรงพยาบาลระดับโลก มีทีมแพทย์ที่ดีที่สุดและยังใส่ใจและมีความจริงใจให้กับผู้ป่วยอย่างเต็มเปี่ยม
ขอแสดงความขอบคุณคุณหมอ Xu คุณหมอ Niu คุณหมอ Mu คุณหมอ Li คุณหมอ Gong คุณหมอ Shi คุณหมอ Xiong คุณหมอ Zhou คุณหมอ Huang และคุณหมอท่านอื่นๆ รวมทั้งพยาบาล ล่าม นักโภชนาการ และเจ้าหน้าที่ท่านอื่นๆที่ดูแลเราเป็นอย่างดีเพื่อให้เราอยู่อย่างสุขสบายที่สุดในฟูด้า
ด้วยความจริงใจ

คุณวีรพงศ์ บดิภักติ ผู้ป่วยจากประเทศไทยและคุณพิมพ์ใจ ภรรยา จากห้อง 810
|