Home การให้ยาผ่านทางสายยางไปยังเซลล์มะเร็งโดยตรง
การให้ยาผ่านทางสายยางไปยังเซลล์มะเร็งโดยตรง PDF พิมพ์ อีเมล

เซลล์มะเร็งก็เหมือนเซลล์ทั่วไปตัวเซลล์มะเร็งจะต้องได้รับอาหารจากเส้นเลือด ซึ่งในการรักษาแพทย์จึงทำการรักษาโดยใส่สายสวนเข้าไปที่ขาหนีบเพื่อเข้าไปที่เส้นเลือดแดงใหญ่ที่ขา (femoral artery) ซึ่งบางครั้งก็อาจจะใช้เส้นเลือดจากแขนก็ได้ และใช้เครื่อง Fluoroscope ชนิด DSAในการดูตำแหน่งของสายสวนว่าเข้าไปถึงแล้วในเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงก้อนมะเร็งหรือไม่
หลังจากใส่สายสวนเข้าไปยังเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงก้อนมะเร็งแล้ว แพทย์ก็จะให้ยารักษามะเร็งโดยผ่านทางสายสวนนี้ ซึ่งวิธีนี้จะทำให้ยาเข้าสู่ก้อนเมะเร็งได้อย่างตรงจุด

ข้อบ่งชี้ในการใช้ ซึ่งมีดังต่อไป
1.    Transarterial chemoembolization (TACE) เป็นวิธีที่ใส่อุปกรณ์เข้าไปอุดเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงมะเร็ง (embolization materials) ร่วมกับให้เคมีบำบัดผ่านทางสายสวนที่ใส่เข้าไปในร่างกาย ซึ่งสายสวนนี้ก็อยู่ในเส้นเลือดแดงที่ไปเลี้ยงมะเร็งโดยตรง วิธีการนี้จะเหมาะอย่างยิ่งสำหรับมะเร็งตับระยะรุนแรง
2.    Transarterial chemoembolization (TACE)  เป็นวิธีที่ให้ยาเคมีบำบัดฉีดเข้าไปเพื่อฆ่าเซลล์มะเร็งโดยตรง ซึ่งวิธีนี้นำมาปรับปรุงใช้ได้กับมะเร็งหลายชนิด

ข้อดี
ข้อดีวิธีนี้ คือ ยาเคมีบำบัดเข้าไปยังเนื้อมะเร็งโดยตรง ทำให้ไม่ค่อยมีผลทำร้ายเซลล์ข้างเคียงมากนัก แพทย์สามารถใช้ยาในระดับที่สูงกว่าการฉีดเข้าทางเส้นเลือดทั่วไป นอกจากนี้ประโยชน์จากการใช้วิธีในการรักษา ได้แก่
1.    ใช้วิสัญญีแพทย์น้อย
2.    มีผลข้างเคียงต่อร่างกายน้อย
3.    ใช้ระยะเวลาในการพักพื้นที่โรงพยาบาลสั้น
4.    วิธีนี้เจ็บน้อยกว่าวิธีทั่วไป
5.    ใช้ระยะเวลาในการพักพื้นเร็วขึ้น

ผลข้างเคียงที่อาจจะเป็นไปได้
ผลข้างเคียงจะขึ้นกับเหตุผลที่จะทำการรักษาวิธีนี้ และตำแหน่งของการใส่สายสวนเข้าสู่ร่างกาย ซึ่งในทั่วไปแล้ววิธีการใส่สายสวนเข้าไปเพื่อใช้เคมีบำบัดมีความปลอดภัย ให้ผลข้างเคียงน้อยมาก โดยผลข้างเคียงที่เกิดขึ้น เช่น มีไข้ต่ำ ๆ คลื่นไส้อาเจียน และปวด ผลข้างเคียงที่ร้ายแรงที่สุดของการทำการรักษาวิธีนี้อาจทำให้มีอาการตกเลือดภายในหรือที่เป็นไปได้น้อยมากคือเสียชีวิต